สัญญาณชัดเจน อดใจรออีกไม่นาน นี่คือสัญญาณดี.

สัญญาณชัดเจน อดใจรออีกไม่นาน นี่คือสัญญาณดี.

ซุนหวู่กับสงคราม
 

ผมอ่านถึงวรรคท้ายของบทความ “มองซุนหวู่ในมุมผู้ผ่านสงครามจริง” (มองตะเกียบเห็นป่าไผ่ 3 สำนักพิมพ์โพสต์บุ๊คส์ พ.ศ.2561) นิธิพันธ์ วิประวิทย์ เขียนว่า ประวัติศาสตร์ใดทำให้เรากระหายสงคราม คือประวัติศาสตร์ที่ล้มเหลวสำหรับมนุษยชาติ ขณะที่ความเชื่อว่า สงครามจะไม่มีวันเกิดขึ้น หรือจะเกิดขึ้นอย่างมีมนุษยธรรม ก็เป็นความเชื่อที่ไม่น่าไว้ใจ แล้วก็ต้องย้อนกลับไปอ่าน ตอนเริ่มต้นอีกครั้ง

ซุนหวู่เป็นปราชญ์นักการทหารยุคชุนชิว สองพันห้าร้อยปีที่แล้ว ร่วมสมัยขงจื๊อ โซกราตีส และพระพุทธเจ้า ผลงานเขียนพิชัยสงคราม ถูกตีความใช้งานด้วยจุดประสงค์หลากหลาย ไม่ใช่แค่เรื่องสงครามเท่านั้น

แต่เรื่องราวของซุนหวู่เอง กลับถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์น้อย เพียง 406 ตัวอักษรจีน

ส่วนใหญ่เล่าถึงวีรกรรมเมื่อเริ่มรับตำแหน่ง

เรื่องมีว่า แม่ทัพใหญ่แคว้นหวู อ่านพิชัยสงครามซุนหวู่แล้วประทับใจ จึงแนะนำอ๋องแคว้นหวู เรียกตัวมาใช้

หวูอ๋องผู้ยิ่งใหญ่ไม่สนใจ แม่ทัพแนะนำครั้งที่ 7 ก็ยังไม่เชื่อว่า ซุนหวู่จะเก่งจริง แม่ทัพแนะนำให้ทดสอบฝึกจัดทัพนางสนม เมื่อรับคำสั่ง นางสนมเห็นเป็นเรื่องสนุก หัวเราะต่อกระซิก ตรงกันข้าม ซุนหวู่รับคำสั่งด้วยความจริงจัง

สั่งแยกนางสนมทั้ง 180 คน เป็นสองกอง ให้สนมคนโปรดหวูอ๋องสองคน เป็นหัวหน้ากอง

ซุนหวู่ขึ้นแท่นบัญชาการ เริ่มอธิบาย อะไรคือ ซ้ายหัน อะไรคือขวาหัน เหลาสนมทำตามไป หัวเราะคิกคักไป

ซุนหวู่อธิบายซ้ำ เพื่อย้ำให้เข้าใจนางสนมยังสนุกสนาน เห็นว่าเป็นเล่นเหมือนเดิม

“หากคำสั่งไม่ชัดเจน ความผิดเป็นของแม่ทัพ” ซุนหวู่ เสียงดัง “หากคำสั่งแจ้งชัดแล้ว ไม่ปฏิบัติ ความผิดย่อมเป็นของหัวหน้ากอง”

ย้ำแล้ว ซุนหวู่ออกคำสั่ง ทหารสนมยังเหมือนเดิม ซุนหวู่สั่งเอาตัวสองหัวหน้ากองไปประหาร หวูอ๋องเองก็ไม่คิดว่า เรื่องจะร้ายแรง ออกปากขอร้อง

“ประกาศิตของแม่ทัพ ย่อมอยู่กับแม่ทัพ ไม่ใช่อยู่กับกษัตริย์” บทเรียนใหม่ของกษัตริย์ ที่หวูอ๋องต้องยอม

หัวสองสนมหลุดจากบ่า ซุนหวู่ฝึกทหารต่อ คราวนี้สั่งซ้ายหันขวาหันได้ดังใจ ผลที่ตามมา กองทัพแคว้นหวูพิชิตแคว้นฉู่ และแคว้นใกล้เคียงได้ในเวลาไม่นาน

ความขลังของซุนหวู่ ไม่มีแค่ฝึกทหารให้เคร่งครัดเข้มแข็ง ยังสอนว่า จะใช้ไฟเผาผลาญข้าศึกอย่างไร เดินทัพให้สังเกตฝูงนก หรือฝุ่นผงที่ปลิวคลุ้ง ฯลฯ

นิธิพันธ์เขียนว่า ซุนหวู่อายุ 25-26 ปี มีประสบการณ์สงครามถึงแก่นแท้ เขาว่าสงครามมีส่วนผสมของเลือดเนื้อและหยาดเหงื่อของราษฎรคละคลุ้งอย่างไร สงครามใหญ่น้อย ต้องลงทุนทรัพยากรหนักหนาสาหัสแค่ไหน

“อาวุธ โล่ใหญ่ รถเกราะ สำหรับตีเมือง ต้องใช้เวลาเตรียมสามเดือน สร้างเนินดินอีกสามเดือน” ซุนหวู่ว่า “โจมตีเมือง ควรเป็นทางเลือกสุดท้าย”

“กองทัพเคลื่อนถึงที่ใด สินค้าที่นั่นจะแพง เงินในพระคลังก็จะร่อยหรอ เมื่อเงินร่อยหรอ ก็ต้องเก็บส่วยเกณฑ์แรงงาน ภาษีประชาราษฎร์ถูกใช้ไปเจ็ดในสิบ เพราะเหตุนี้ ทุกครัวเรือนอาหารจึงว่างเปล่า”

สงครามคือความเดือดร้อนขนาดนี้ ซุนหวู่จึงต้องการให้สงครามผ่านพ้นไปเร็วที่สุด และเสียหายน้อยที่สุด

“ชัยชนะที่ดีที่สุด คือชัยชนะโดยไม่ต้องรบ”

ตอนท้ายของการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ ผมได้ยินเสียงนายกฯ ประยุทธ์ประกาศว่า “พร้อมจะยุบสภา” แสดงว่าสัญญาณรบทางการเมือง จะเริ่มต้น

ไม่ใช่สงครามรบแลกเลือดเนื้อสมัยซุนหวู่ แต่คือสงครามตามกติกาประชาธิปไตยของโลกยุคใหม่ อย่างดีก็แค่ขนกระสุนดินดำ ซึ่งบางฝ่ายหมายถึงเงินที่สะสมไว้ออกมาแจกจ่าย ซื้อใจชาวบ้าน ใครซื้อได้มากกว่าก็ชนะ

เงินทองที่บอกกันว่าหายากๆ ถึงเวลาเลือกตั้ง ก็หาง่าย...อดใจรออีกไม่นาน นี่คือสัญญาณดี.

กิเลน ประลองเชิง

https://www.thairath.co.th/news/politic/1965030

*****

************

*********************

 

“ไอโอโชว์โง่”..สมองโบ๋โอ่แต่เรื่องเท็จ??

https://bangkok-today.com/web/%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b9...

“ไอโอโชว์โง่”..สมองโบ๋โอ่แต่เรื่องเท็จ??

“นักการเมืองที่ไร้ค่า ไม่มีอะไรให้ติดตาม”

เปล่งวาจาออกมาเป็นนุ่น เบาหวิว ตามคุณภาพ ..ประกาศว่า “ขอให้เชื่อสักหน”..นี่เป็นการขยักขย้อ  แสนจะ ขยักขย่อน ที่ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกฯรมว.กลาโหม เว้าวอนให้เชื่อ-น้ำคำ

เหมือนจะรู้ว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา “มักพูดดำเพื่อให้เป็นขาว” เช่นนั้นแหละ..

 

มาถึงวันนี้ จึงตีหน้าปุเลี่ยน วางหน้าไม่สนิท กระดากอาย เพราะถูกจับผิดเกินแก้ไข.. การตั้ง “คณะกรรมการสมานฉันท์” และแก้ “รัฐธรรมนูญ ๓ วาระรวด” ในเดือนธันวาคมนั้น..พูดออกมา มีแต่คนส่ายหน้าหนี

จงอยู่ในหมู่ “เลี้ยงแกะ”.. พูดจนปากเปียกปากแฉะ หาคนเชื่อยาก-เต็มที

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

“กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว”

 

“กำแพงเมืองจีน” ที่เลื้อยพันอาณาจักรม่านไม้ไผ่ ต้องใช้เวลานานอักโข ถึงจะผงาดค้ำแผ่นดิน ให้เป็นประวัติศาสตร์ -อันกราวเกรียว

“พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ย้ำหัวตะปูจนบี้แบน ว่า “ไม่ลาออก” ..ก็แค่ทำให้ “ชาวประชาธิปไตยเสียใจเพียงชั่วครู่”

หนังชีวิตต้องดูกันนานๆ ..สุดท้ายของซีรี่ส์ที่จบ ผู้ที่ทำเพื่อ “คุณธรรม” อลังการสร้างสรรค์ ให้คนทั้งประเทศมีความเสมอภาค และ ทัดเทียมกัน มักสู่เส้นชนะ..ปฏิเสธจะลาออก นี่,ต้องเป็นบทเรียน ควรจำไปชั่วชีวิต

ส่งเทียบเชิญให้ลงไม่ยอมทำ..เชื่อว่าชะตากรรม หนักกว่าที่คิด

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

อาทิตย์อัสดงได้จูบลงสู่พื้นที่แล้ว

ความเจิดจำรัส  ที่จะได้อาบดวงตะวัน แสงสุริยัน เพื่อให้ชีวิตได้โชติช่วงนั้น ได้หมดโควตา เพื่อเสริมบารมีให้กับ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” เพราะยามนี้ คนหนีกัน-เป็นแถว

สายสัมพันธ์ของคนบ้านพระอาทิตย์ “สนธิ ลิ้มทองกุล” ผู้เฒ่า-เล่าฮูแห่งก๊กพันธมิตร ยังยุพูดกระตุ้น เพื่อให้มีการ “ปฏิวัติ” โค่นอำนาจนอกระบอบ ที่ “นายกฯประยุทธ์” ก้าวข้ามเขตอำนาจประชาธิปไตย เข้ามาอย่างไม่ชอบธรรม

“เสื้อเหลือง” ขุ่นเคือง “พล.อ.ประยุทธ์” กันถึงขีดสุด “ผีไม่เผา เงาไม่เหยียบ” ..เขาคิดว่าทำอย่างไร จึงให้ “พล.อ.ประยุทธ์” พ้นวงโคจรอำนาจ.. เพราะชาติ จะมาจมปลักควาย เพียงเพราะคนเพียงคนเดียว ได้ฉันใด

คนที่เป็นพลัง..พากันหันหลัง หนีหน้ากัน-ยกใหญ่

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

ยิ่งเผชิญอุปสรรคมากเพียงใด ดอกไม้ประชาธิปไตย ดอกผลที่ผลิ ยิ่งหอมหวานยืนนาน

พลังไม่มีย่อย่น มีแต่เสริม-เติมเต็มกันเข้ามา เพื่อโค่นรากแก้ว ของ “เผด็จการ”

“นิสิต-จุฬาฯ” มากันเต็มฟอร์ม ยึดพื้นที่สกายวอล์ค เนืองแน่น สร้างประวัติศาสตร์ เพื่อไม่ให้บางคน-เกาะชนชั้น

ยุค “๖ ตุลาฯ” สร้างคอมมิวนิสต์ สังหารคน จนต้องหนีเข้าไป “ชวน-หลีกภัย” ยังเขียนคำนำ “เย็นลมป่า” ที่รู้ถึงใจชาวประชาธิปไตยเป็นอย่างดี..วันนี้ “เชียร์จีน” หันมา “รุมกินโต๊ะสหรัฐ” ว่าหนุนม็อบ “ชาวปัญญาชน”

เป็น “ไอโอ-โชว์โง่”..สมองกลวงโบ๋-กันอีกหน

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

ผลงานที่เป็นตราบาป ร้อยปีก็ลบคราบ กันไม่ออก

ถูกกระทำ เหมือนเป็น “เป้ากระสุนจุดดำ” ที่เขากระหน่ำ เล่นงานเพื่อ-ให้น็อก

“คณะก้าวหน้า” ที่มาตั้งแนวสู้ หลังจากที่ “พรรคอนาคตใหม่” ถูกยุบลงไป..ถึงวันนี้ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ-ปิยบุตร แสงกนกกุล-ช่อ พรรณิการ์ วานิช” ยังเป็นตำบลกระสุนตก อย่างหนัก

อยากให้ย้อนกลับไปดู สมัย “รัฐบาลติดหนวด” ของนาซี เมื่อศูนย์อำนาจถูกโค่นล้ม..เหลา  “บริวาร-ลิ่วล้อ” ที่เป็นมือ “เก็บกวาด” ล้วนกลายเป็นจำเลย เดินคอตกเข้าตะรางเป็นแถว เมื่อประชาธิปไตยเต็มใบ-ได้เป็นใหญ่

คิดว่า “อำนาจติดหนวด”..จะไม่ “โดนหวด” ล้มลง-หรืออย่างไร

“กะพรุนไฟ”

๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๓

******

***********

******************

 

สัญญาณชัดเจน

https://bangkok-today.com/web/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8...

สัญญาณชัดเจน
 

มองกันด้วยความจริง สิ่งที่สะท้อนชัดออกมาจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จากประเด็นถอยคนละก้าว และยาวไปถึงการอภิปรายในสมัยประชุมวิสามัญ

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ยังไม่มีแนวคิด หรือการแสดงออกใดๆในเรื่องของการที่จะถอย

ไม่ว่าจะเป็นประเด็นแรงกดดันของนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชน ที่ออกมาชุมนุมเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออก

ไม่ว่าจะเป็นกรณีของการกดดันของพรรคการเมืองฝ่ายค้าน

ยิ่งหลังการอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์ พูดชัดเจนว่า “ผมจะปฏิบัติหน้าที่อยู่ต่อไปจนกว่าจะไม่มีโอกาสได้ทำ ชัดมั้ยครับ”

ถือเป็นคำตอบต่อเสียงเรียกร้อง หรือแรงกดดัน ที่ชัดแล้วจริงๆ

ยิ่งหากดูจากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ต้องถือว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เพียงไม่ถอย แต่ยังมีการสู้กลับ มีการตอบโต้กลับ ผ่านกลไกอำนาจ ผ่านบุคคลรอบข้างอยู่ตลอดเวลา

คิดว่าการที่พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทย ไม่สนใจฟังเสียงประชาชน ไม่สนใจที่จะลาออกเพื่อเป็นการแก้วิกฤตรอบนี้นั้น ไม่ใช่เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประเด็นหลักหรือ

ทั้ง 2 พรรคนี้ ถึงเลือก พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เลือกผู้ชุมนุม ไม่เลือกประชาชน

ไม่เพียงแค่ ส.ส.จากพรรครัฐบาลและพรรคร่วม แต่ยังมี ส.ว.ที่ออกมาเปิดประเด็นเหมือนกันว่า พล.อ.ประยุทธ์ผิดอะไร แล้วทำไมจะต้องลาออก

ล้วนเป็นท่วงทำนองเดียวกันหมด ตั้งแต่ พล.อ.ประยุทธ์ เรื่อยมาจนถึงคนวงรอบ เหลานายหน้าซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เคยเลยที่จะมีการเตือนหรือการปรามให้ปรากฏแม้แต่สักครั้งเดียว

ซ้ำยังมีประเด็นคนรอบข้าง พล.อ.ประยุทธ์ ถูกมองว่ากลายเป็นคนที่ได้รับการปกป้อง ชะลอประเด็นในเรื่องกฎหมายแล้วจริงๆ จนถูกพูดและถูกตั้งข้อสังเกตมากขึ้นเรื่อยๆ

ยังไม่นับประเด็นข้อสงสัย ข้อสังเกตในเรื่องปฏิบัติการไอโอ ที่เชื่อกันว่ามีการจัดตั้งขึ้นมาสร้างแนวรบ สร้างภาพการมีฐานสนับสนุนในโลกโซเชี่ยลออนไลน์

แต่เพราะไม่เก่งมากพอเหมือนคนรุ่นใหม่ จึงทำให้โป๊ะแตก โดนจับได้ ว่าเป็นพวกบัญชีอวตาร ที่โพสต์เหมือนกันเป๊ะเต็มพรื่ดไปหมด

รวมทั้งยังไม่นับปรากฏการณ์ในการทำหน้าที่ขององค์กรอิสระ อย่าง กกต.ที่ออกมาในจังหวะที่แรงกดดันที่มีต่อ พล.อ.ประยุทธ์กำลังเข้มข้นร้อนแรง จนทำให้ถูกมองว่า ต้องการตัดเกมแนวร่วมหรือไม่

คำว่า นิติสงคราม จึงกลับมา พร้อมกับความสงสัยและความไม่เชื่อถือในการทำหน้าที่ขององค์กรอิสระ

หากทุกอย่างเกิดขึ้นเพื่อดันหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จริงๆ

ก็ลืมไปได้เลยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะยอมถอย

ภูวนารถ ณ สงขลา

 

 

 

 

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1

2 ความเห็น

 
3 ส

คำพูดไอ้เห้ตู่โคตรตอแหลเชื่อไม่ได้

อ้วก

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1
 
ICT

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1