แท้ง ตั้งแต่ยังไม่ทันตั้งไข่

แท้ง ตั้งแต่ยังไม่ทันตั้งไข่

การ์ตูน เซีย

 

https://www.matichon.co.th/politics/news_2420722

09.00 INDEX ชะตากรรม กรรมการ ปรองดอง “แท้ง” ตั้งแต่ยังไม่เริ่มต้น ตั้งไข่

 

 

09.00 INDEX ชะตากรรม กรรมการ ปรองดอง “แท้ง” ตั้งแต่ยังไม่เริ่มต้น ตั้งไข่

 ในที่สุดชะตากรรมของ “คณะกรรมการสมานฉันท์ปรองดอง” อันมาจากที่ประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญระหว่างวันจันทร์ที่ 26 กับวันอังคารที่ 27 ตุลาคม ก็พอคาดหมายได้

ว่าจะดำเนินไปบนเส้นทางเดียวกันกับชะตากรรมของคณะกรรมาธิการอันเสนอเมื่อวันที่ 24 กันยายน

นั่นก็คือ ถูก “ปฏิเสธ” ตั้งแต่ต้น

ทั้งเป็นการปฏิเสธโดยน้ำเสียงจากฝ่ายค้าน ไม่ว่าจะเป็นพรรค เพื่อไทย ไม่ว่าจะเป็นพรรคก้าวไกล ไม่ว่าจะเป็นพรรคเสรีรวมไทย ไม่ว่าจะเป็นพรรคประชาชาติ พรรคเพื่อชาติ พรรคพลังปวงชนไทย

นั่นก็คือ ไม่เห็นด้วยและไม่ส่งตัวแทนเข้าร่วมอยู่ในคณะกรรมการแม้จะได้รับเทียบเชิญอย่างเป็นทางการ เพราะมองเห็นว่ามาตร การนี้เสมอเป็นเพียงการซื้อเวลาเท่านั้น

เป็นการซื้อเวลาเหมือนกับที่พรรคพลังประชารัฐและ 250 ส.ว.ได้กระทำมาแล้วเมื่อวันที่ 24 กันยายน

 

ทั้งนี้ แทบไม่ต้องกล่าวว่า “ราษฎร” จะขานรับต่อ “คณะกรรมการ” ชุดนี้หรือไม่

ตัวอย่างสำคัญหนึ่งซึ่งแสดงความไม่จริงใจในการเริ่มต้นของคณะ กรรมการสมานฉันท์ นั่นก็คือ การไม่ยอมรับว่าปัญหาอย่างแท้จริงอยู่ ณ ที่ใด

นั่นเท่ากับเป็นการละเมิดกฎพื้นฐานแห่ง “อริยสัจ” ซึ่งเป็นความ จริงอันประเสริฐแห่งพุทธธรรม

นั่นก็คือ ไม่ยอมรับว่าอะไรคือตัวทุกข์ คือตัวปัญหา

เห็นได้จากอาการไม่รู้ร้อนรู้หนาวอันแสดงออกโดย พล.อ.ประ ยุทธ์ จันทร์โอชา เห็นได้จากการยืนกระต่ายขาเดียวในสถานะของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทั้งจากพรรคพลังประชารัฐและส.ว.

รูปธรรมหนึ่งคือ ปากหนึ่งตะโกนคำว่าปรองดอง สมานฉันท์ แต่อีกปากหนึ่งก็ยังคงเดินหน้าเล่นงานออกหมายจับและเข้าจับกุมบุคคลอันคิดว่าเป็นแกนนำของการเคลื่อนไหว

ตราบใดที่การคุกคามประชาชนอย่างไม่เป็นธรรมยังดำรงอยู่ ตราบนั้นการปรองดองสมานฉันท์ก็ยากจะบังเกิดขึ้นในทางเป็นจริง

ในที่สุด ชะตากรรมของ “คณะกรรมการปรองดองสมานฉันท์” ก็จะดำเนินไปบนเส้นทางสายเดียวกันของ “คณะกรรมาธิการวิสามัญ” อันเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 กันยายน

เสมอเป็นเครื่องมือหนึ่งในการเตะถ่วงรั้งดึงในทางการเมือง

น่าเห็นใจในความปรารถนาดีของ นายชวน หลีกภัย น่าเห็นใจ ในความปรารถนาดีของพรรคประชาธิปัตย์

การ์ตูน จ๊ะโอ๋

 

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1

5 ความเห็น

 
ICT
อย่าเพิ่งถอนตัว
แม่ลูกจันทร์31 ต.ค. 2563 05:01 น.
 

ข้อเสนอตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ 7 ฝ่ายเพื่อแสวงหาทางออกจากวิกฤติขัดแย้งในสังคมไทย ซึ่งประธานชวน หลีกภัย ในนามรัฐสภา เป็นผู้อำนวยการสร้างและกำกับการแสดง ทำท่าจะแท้งก่อนท้องซะแล้วท่านผู้ชม เพราะยังไม่ทันเห็นโครงสร้างคณะกรรมการสมานฉันท์ปรองดอง “นายประเสริฐ จันทรรวงทอง” เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ได้ประกาศถอนตัวไม่เข้าร่วมสังฆกรรม

เพราะมองว่าการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ 7 ฝ่าย เป็นแค่การซื้อเวลาของฝ่ายรัฐบาลเท่านั้นเอง

เลขาธิการพรรคเพื่อไทยชี้ว่าทางออกจากวิกฤติทันทีมี 3 ประเด็น

1,นายกฯลุงตู่ ผู้เป็นต้นตอของปัญหาทั้งหมดต้องลาออกจากนายกรัฐมนตรี

2,ปล่อยผู้ชุมนุมที่ถูกรัฐบาลจับกุมคุมขังโดยไม่มีเงื่อนไข

3,ทุกฝ่ายต้องแสดงความจริงใจเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยเร็ว

ส่วน “นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล” ตั้งเงื่อนไขเพิ่มอีก 2 ประเด็น

1,คณะกรรมการสมานฉันท์ ต้องไม่มีฝ่ายตัวแทนคณะรัฐมนตรีเข้ามาเกี่ยวข้อง

2,ต้องยินยอมให้นำข้อเรียกร้อง

3 ข้อของกลุ่มผู้ชุมนุมเข้าพิจารณาและเปิดพื้นที่ให้มีการพูดคุยอย่างปลอดภัย

ถ้าหากไม่นำข้อเรียกร้องชุมนุมชูสามนิ้วมาพิจารณา ก็ไม่ต้องตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ให้อึดอัดหาวเรอ

แม่ลูกจันทร์” กระชุ่นพรรคฝ่ายค้านอย่าเพิ่งรีบประกาศถอนตัว

ขอให้รอดูโครงสร้างคณะกรรมการปรองดอง ที่สถาบันพระปกเกล้าฯ กำลังออกแบบเสียก่อนให้ชัดเจน

เพราะการเปิดเวทีให้ทุกฝ่ายที่ขัดแย้งกันอยู่ได้พูดคุยเปิดใจ อาจจะเป็นทางออกจากวิกฤติได้อย่างสันติวิธี

หากโครงสร้างคณะกรรมการสมานฉันท์ออกมาดี มีความน่าเชื่อถือว่าจะทำหน้าที่อย่างเป็นกลางและเป็นธรรม

แม่ลูกจันทร์” ขอเรียกร้องให้พรรคฝ่ายค้านร่วมเวทีปรองดอง

แต่ปัญหาใหญ่คือโครงสร้างของคณะกรรมการสมานฉันท์ 7 ฝ่ายที่ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ หน.พรรคประชาธิปัตย์ เสนอที่ประชุมสภาฯ

มองเห็นชัดๆว่าฝ่ายรัฐบาลลุงตู่ได้เปรียบทุกประตู!!

เพราะใน 7 ฝ่าย เป็นฝ่ายรัฐบาลถึง 5 ฝ่าย คือ 1, ตัวแทนคณะรัฐมนตรี 2, ตัวแทน ส.ส.พรรครัฐบาล 3, ตัวแทน ส.ว.ลากตั้ง 4, ตัวแทนฝ่ายต่อต้านกลุ่มผู้ชุมนุม และ 5, ฝ่ายผู้ทรงคุณวุฒิ (สายรัฐบาล)

เท่ากับเหลือฝ่ายตัวแทนชุมนุม กับฝ่ายตัวแทน ส.ส.พรรคฝ่ายค้านเป็นเสียงข้างน้อยในที่ประชุม

นี่คือปัญหาที่พรรคฝ่ายค้านไม่ยอมร่วมสังฆกรรม

แม่ลูกจันทร์” เชื่อว่าฝ่ายกลุ่มผู้ชุมนุมม็อบเองก็คงไม่ยอมเข้าร่วมคณะกรรมการสมานฉันท์ 7 ฝ่ายเช่นกัน

เพราะชุมนุมสายพันธุ์ใหม่ ประกาศให้ผู้ชุมนุมทุกคนเป็นแกนนำ

จึงไม่มีใครได้รับฉันทานุมัติให้เป็นตัวแทนชุมนุมไปร่วมเวทีเจรจาสมานฉันท์ที่ตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการ

เมื่อไม่มีตัวแทนชุมนุม ไม่มี ส.ส.พรรคฝ่ายค้านร่วมสังฆกรรม

คณะกรรมการสมานฉันท์ 7 ฝ่ายก็จะเหลือแค่ 5 ฝ่าย จับเข่าคุยหาทางออกจากวิกฤติกันเอง

สุดท้ายก็บัวแล้งนํ้าเหมือนคณะกรรมการปรองดองชุดเก่าๆที่เคยตั้งขึ้นมา แล้วก็จบไป

ประชุมกันแทบตาย...ไม่ได้อะไร (นอกจากเบี้ยประชุม)

“แม่ลูกจันทร์”

https://www.thairath.co.th/news/politic/1965010

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1
 
ICT
ยืนระยะต่อได้แค่ไหน!
ทีมข่าวการเมือง31 ต.ค. 2563 05:15 น.
 

ต่อยอดโชว์พลังไม่ลดละ คิวชุมนุมเบิ้มๆสไตล์แคตวอล์ก เดินพรมแดงของม็อบราษฎรที่ใจกลางธุรกิจ ย่านสีลม เปลี่ยนรูปแบบชุมนุมเป็นแนวแฟนซีสีสัน แต่ไม่เปลี่ยนจุดยืนขับไล่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม

สถานการณ์บ้านเมืองยังไม่เห็นวี่แววสมานฉันท์ และยังต้องระทึกฉากเสียวไส้ “ม็อบชนม็อบ” ที่ขณะนี้มวลชนเสื้อเหลืองปกป้องสถาบันก็ฮึกเหิม แสดงพลังไปทั่วพื้นที่ใน กทม.และต่างจังหวัด

ปรากฏการณ์ “คนรุ่นใหม่–คนรุ่นเก่า” เผชิญหน้า พร้อมบวก พร้อมชน มีโอกาสแลกเลือดทุกขณะ

ยิ่งมีดราม่ากรีดเลือดประท้วง “บิ๊กตู่” ของ นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ที่ฉายหนังตัวอย่างความรุนแรงในเวทีประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ

น่ากังวลเกิดการเลียนแบบในม็อบ เพื่อเพิ่มแรงกดดันไล่ “ลุงตู่” ให้รุนแรงขึ้น

แค่ในสภาคนหลักร้อยยังควบคุมกันเองลำบาก ก็ไม่ต้องคาดหวังในวงผู้ชุมนุมที่มีคนระดับหลักหมื่น อาจมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นสักวัน ในภาวะที่มวลชนแต่ละฝ่ายถูกปลุกเร้าให้อินกับจุดยืนของฝ่ายตัวเอง

การเมืองในสภาที่ถูกฝากความหวังเป็นทางออก ละลายพฤติกรรมเกลียดชังคนในชาติก็เบรกความแตกสามัคคียามนี้ไม่อยู่

เป็นได้แค่พิธีกรรม ระบายอารมณ์แต่ละฝ่าย เล่นตามสคริปต์เอาดีใส่ตัว เอาชั่วให้ฝ่ายอื่น

ไม่ต้องพูดถึงการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ที่รัฐบาลมอบให้รัฐสภาดำเนินการไกล่เกลี่ยข้อขัดแย้ง ส่อเค้าแท้ง หมดโอกาสคลอด ตามสัญญาณที่ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ประกาศจุดยืน ไม่ร่วมสังฆกรรมในเวทีสมานฉันท์

เหลี่ยมเขี้ยวๆที่พวกเจนเวทีอ่านไต๋ออกล่วงหน้า เป็นแค่ช่องทางทอดเวลา ยื้ออำนาจผู้นำได้ไปต่อ

สุดท้ายก็ลงเอยด้วยการเสนอแก้รัฐธรรมนูญ ทั้งการตั้ง ส.ส.ร.ยกร่างใหม่ทั้งฉบับ หรือแก้รายมาตรา ถอนฟืนจากกองไฟในเบื้องต้น หรืออาจไปถึงขั้นทำประชามติ ถามเสียงประชาชน จะโหวตให้ “ลุงตู่” ไปต่อหรือไม่ เหมือนที่รัฐบาลโยนหินถามทางไว้

หนทางคลี่คลายความขัดแย้งยังไม่รู้จะจบอย่างไร และถูกลากยาวไปนานแค่ไหน

ม็อบปัญญาชนไม่ยอมหาทางลง ร่วมวงสมานฉันท์ที่ฝ่ายรัฐบาลหาบันไดมาพาดให้

ยื่นคำขาดให้ “บิ๊กตู่” ลาออกสถานเดียว และยังล้ำเส้นเรื่องมิบังควรหนักขึ้น ไถลเลยเรื่องการไล่นายกฯไปเรียบร้อยแล้ว

“ลุงตู่” ถูกรุกไล่หนักจนเกือบหลังพิงฝา เพราะม็อบเด็กไม่มีลดราวาศอก ยังดีที่พรรคร่วมรัฐบาลยังไม่ถอนตัว จึงพอประคองสถานการณ์ต่อไปได้

ได้แต่ตั้งรับ รอดูกลุ่มผู้ชุมนุมยกระดับกดดันรัฐบาลต่อเนื่อง

ในภาวะที่ “ลุงตู่” ไม่ยอมจนตรอก กัดฟันสู้ต่อ ไม่ตัดช่องน้อยแต่พอตัว โยนผ้ายอมแพ้ หวังรอให้ม็อบยืนระยะไม่ไหว หมดแรงไปเอง ซื้อเวลาไปเรื่อยๆ

สถานการณ์บ้านเมืองอยู่ในภาวะอ่อนไหว แม้ผู้นำจะฮึดสู้ แต่ก็กะปลกกะเปลี้ย อ่อนล้าเต็มทน

ยิ่งล่าสุด นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ออกโรงตั้งคำถามในวงเสวนาไม่รู้ “บิ๊กตู่” ได้ยินเสียงเรียกร้องของม็อบเด็กหรือไม่

พร้อมชี้ปัญหาการแต่งตั้ง 250 ส.ว.ให้มีอำนาจเลือกนายกรัฐมนตรี เป็นมาตราที่นำไปสู่การเดินขบวน จึงไม่ควรมีมาตรานี้อยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับต่อไป

ระดับปรมาจารย์ประเทศที่เป็นอดีตนายกฯ ผ่านร้อน ผ่านหนาว พาบ้านเมืองออกจากวังวนวิกฤติความขัดแย้งในอดีต ออกมากระแทกคำถามชวนคิดเช่นนี้

ก็ไม่รู้ตั้งใจจะสื่อความหมายอะไรหรือไม่

แม้บริบทจะไม่บอกชัดๆให้ลาออก แต่โดยสัญชาตญาณ “บิ๊กตู่” ก็น่าจะรับรู้ได้ว่า กำลังถูกโดดเดี่ยวมากขึ้น จากสัญญาณที่ถูกถ่ายทอดออกมาแบบมีนัย

แรงกดดันสารพัดปะทะใส่อย่างหนักหน่วงจนนั่งไม่ติด ขณะที่แนวร่วมหดหาย อย่างที่เจ้าตัวตัดพ้อในวง ครม. “รู้สึกน้อยใจ ไม่มีใครปกป้องผมเลย”

อารมณ์เหมือนจะถอดใจ แต่ยังต้องพะอืดพะอมยืดอกสู้ต่อ ภายใต้ เครดิตความเชื่อมั่นลดวูบ

ถึงตอนนี้ก็ไม่รู้ว่า “บิ๊กตู่” กับม็อบใครจะหมดแรง ยืนระยะไม่ไหวก่อนกัน!!!

ทีมข่าวการเมือง

https://www.thairath.co.th/news/politic/1965579

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1
 
3 ส

ไอ้เห้ตู่โคตรตอแหล

อ้วก

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1
 
big60

ปรองดองอะไร มันไม่ใช่เรื่องจะปรองดอง ฝ่ายหนึ่งต้องการให้ประเทศพ้นหายนะ แต่อีกฝ่ายจะคงความหายนะไว้ ชาติหน้าบ่ายๆ มันก็ปรองดองไม่ได้ มันคนละเรื่อง คนละทิศ ทิศตะวันออก กับ ตะวันตก

...

พูดกันตรงไปตรงมา กระบวนการที่ฝ่ายอำนาจกระทำอยู่ คือการนำประเทศไปสู่หายนะ ข้อพิสูจน์ก็คือ ตั้งแต่เขาเริ่มทำมาไม่มีวันใหนที่ประเทศ จะไม่เดินสู่ความหายนะ และวันนี้คือวันหายนะถึงจุดสูงสุด

...

ส่วนฝ่ายประชาชน ดิ้นตายหนีการเดินไปสู่ความหายนะ มันไปไม่ได้ มันหมายถึงชีวิตและครอบครัวต้องอดอยาก จะให้ยอมคงไม่มีทาง ยอมหมายถึงยอมขายชีวิตให้กลุ่มอำนาจ ที่ไม่เคยพอ ไม่รู้จักพอ

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1
 
big60

ฝ่ายอำนาจและพรรคพวกของเขา ต้องการรักษาหายนะไว้ด้วยชีวิต ซึ่งก็ไม่รู้ความคิดเหมือนกันว่า หายนะมันดียังไง เพราะประเทศหายนะพวกเขาก็อยู่ไม่ได้ ส่วนฝ่ายประชาชนดิ้นรนหนี่ความอดตาย
...
ถ้าพวกเขาไม่ยอมถอย มันจะออกทางใหน มองไม่เห็นทาง เรื่องจะให้ประชาชนกลัวตายแล้วยอมถอย เลิกฝันได้เลย ความอดอยากมันน่ากลัวความตายเยอะเลย ถ้าจะต้องตายตอนนี้ ก็ยังดีกว่าต้องอดตาย
...
ประชาชนเอง ก็ไม่ได้คิดจะล้มอะไร ยังไม่เห็นมีไครประกาศว่าจะล้มสิ่งนั้นสิ่งนี้ เห็นแต่บอกว่าจะทำให้ดีขึ้นมั่นคง ไม่ทำให้ประเทศมีปัญหา จะได้พัฒนาได้ ยังอัศจรรย์ว่า พวกที่จะปกป้องเขาปกป้องอะไร
...
ปกป้องความหายนะของประเทศหรือไง ถ้ายังเป็นแบบนี้ ไครๆก็ดูออกว่า หายนะแน่นอน อย่าครามา อ้างโน้นอ้างนี่เลย หลักฐานคือตัวประเทศมันชัด อ้างได้ก็ฟังไม่ขึ้นหรอก

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1